วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ผลกระทบของเทคโนดลยีสารสนเทศ1

ผลกระทบในทางบวก
   1. ช่วยส่งเสริมความสะดวกสบายของมนุษย์ ช่วยส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มนุษย์รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น
   2.ช่วยทำให้การผลิตในอุตสาหกรรมดีขึ้น การผลิตในสมัยปัจจุบันใช้เครื่องจักรทำงานสินค้ามีคุณภาพดีและปริมาณพอเพียงกับความต้องการของผู้บริโภค
   3.ช่วยส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพขึ้น   เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารค้นคว้าวิจัย เช่น งานสำรวจทางด้านอวกาศ
   4.ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้กิจการทางการแพทยืเจริญกาวหน้า เช่น เครื่องเอกซเรย์ภาคตัดขวางที่สามารถตรวจดูอวัยวะต่างๆได้ การสร้างเครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นต้น
   5. ช่วยส่งเสริมสติปัญญาของมนุษย์  สามารถทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มนุษย์หาทางศึกษา เช่น การจำลองสภาแวดล้อม
   6.เทคโนโลยีสารสนเทสช่วยให้เศรฐกิจเจริญรุ่งเรือง การใช้เทคโนโลยีจำเป็นต่อการค้าขาย อุตสาหกรรม ช่วยส่งเสริมด้านเศรฐกิจ ทำให้กระแสเงินหมุนเวียนได้อย่างกว้างขวาง
    7.ช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน  เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้ลดปัญหาในเรื่องการขัดแย้ง
    8.ช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทสเพื่อกระจายข่าวสารในการเลือกตั้ง
เทคโนโลยีในด้านการวิจัย

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลง

  1. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมมาเป็นสังคมสารสนเทศสภาพของสังคมโลกได้เปลี่ยนแปลงมาแล้ว 2 ครั้ง สังคมอุตสาหกรรมได้ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันและเข้าสู่สังคมสารสนเทสเกิดคำใหม่ว่า ซเบอร์สเปซ
  2. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
  3. เทคโนโลยีสารสนเทสทำให้เกิดสภาพการทำงานแบบทุกสถานที่ ทำให้ผู้ใช้ขยายขอบเขตการดำเนินกิจกรรมไปทุกที่
  4. เทคโนโลยีสารสนเทสทำให้ระบบเศรฐกิจเปลี่ยนจากระบบท้องถิ่งไปเป็นตลาดโลก ระบบเสรฐกิจของทุกประเทศเชื่องโยงและมีผลกระทบต่อกัน
  5. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้องคืกรมีลักษณะผูกพัน และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครื่อข่ายโครงสร้างขององค์กร
  6.เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาว วิธีการตัดสินใจ ผู้ตัดสินใจมีทางเลือกได้มากและมีความรอบคอบในการตัดสินปัญหา
  7. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีทีมีบทบาทที่สำคัญในทุกวงการ ดังนั้นจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทาง สังคม วัมนธรรม 
การพูดคุยผ่านทางอินเทอร์เน็ต

การขยายตัวของเทคโนโลยีสารสนเทศ

     เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีที่มีการแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว  จนมีความสามารถในการใช้งาน มีราคาถูกลง ผลของผลของการพัมนานี้ทำให้มีการประยุกตืใช้งานกันอย่างกว้างขวา
     ความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์  ทำให้อุปกรณ์ต่างมีขนาดเล็กลงแต่มีคามสามารถเพิ่มขึ้น และมีราคาถูกลง เทคโนดลยีสารสนเทสจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
     ปัจจุบันคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารได้สร้างประโยชนื โดยใช้ระบบสารสนเทศ ทำให้โอกาสการขยายตัวเทคโนโลบีสารสนเทศ นอกจากนี้ การเชื่อมโยงเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้สังคมโลกเป็นสังคมแบบไร้พรมแดน การใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น  อินเทอร์เน็ตมีอัตราการขยายตัวสูงมาก
การขยายตัวของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ประเภทของระบบสารสนเทศ


ระบบสารสนเทศที่สำคัญ 3 ประเภท
ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติงานรือผู้บริหารระดับต่างๆ
   1. ระบบประมวลผลรายการ เป็นระบบที่หน้าที่ในการปฏิบัติงานประจำ ทำการบันทึกจัดเก็บ
   2. ระบบสำคัญงานอัตโนมัติ ผลลัพธ์ของระบบนี้มักอยู่ในรูปของเอกสารกำหนดการสิ่งพิมพ์
   3. ระบบงานสร้างความรู้ บุคลากรที่ทำงานด้านการสร้างความรู้เพื่อพัฒนาการคิดค้น ผลลัพธ์ของระบบนื้มักอยู่ในรูปของสิ่งประดิษฐ์
   4.ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง ผลลัพธ์ของระบบอยู่ในรูปของการพยากรณืหรือการคาดการณ์
     4.1 ระบบสารสนเทศการจำแนกตามหน้าท่ขององค์การ
         1. ระบบสารสนเทศด้านบัญชี  ด้านการเงิน  ด้านการผลิต การตลาดและด้านทรัพยากรมนุษย์
     4.2 ระบบสารสนเทศการจำแนกตามการให้การสนับสนุนของระบบสารสนเทศ แบ่งเป็น 3 ระบบ
         1. ระบบสารสนเทศประมวลผลรายการ ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวับการบันทึกและประมวลข้อมูลที่มูลที่เกิดจากธุรกิจ
         2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่ในระบบประมวลผลรายงานเข้าด้วยกัน
         3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เป็นระบบที่ช่วยในการตัดสินใจสำหรับปํญหา
ระบบสารสนเทศของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้บริหารในระดับต่าง

การแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์

    รหัสมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากมี 2  กลุ่ม รหัสมาตรฐานของสหรับอเมริกาเพื่อการสับเปลี่ยนสารสนเทส หรือรหัสแอสกี และรหัสสับเปลี่ยนเลขฐานสิบเข้ารหัสฐานสองแบบขยายหรือรหัสเอบซีดิก
  รหัสแอสกี การกำหนดรหัสแทนข้อมูลขึ้นอยู่กับชนิดของข้อมูลและคอมพิวเตอร์เป็นมาตรฐาน เรียกว่าแอสกีมาจากชื่อภาษาอังกฤษ รหัสอักขระแต่ละตัวประกอบด้วย 8 บิต

   รหัสเอบซีดิก การกำหนดรหัสจะใช้ 8 บิต หรือ1 ไบต์ต่อ 1 อักขระ เหมือนกับรหัสแอสกี แต่แบบของรหัสที่กำหนดจะแตกต่างกัน 
ระบบเลขฐานสอง ระบบเลขฐานสองเป็นระบบตัวเลขที่ประกอบด้วยตัวเลขเพียง 2 ตัว คือ 0และ 1 เท่านั้น
เลขฐานสอง

สารสนเทศ 2

3. การดูแลรักษาสารสนเทศเพื่อการใช้งาน
    3.1 การเก็บรักษาข้อมูล การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึก
    3.2 การค้นหาข้อมูล มีจุดประสงค์ที่จะเรียกใช้งานได้ต่อไป
    3.3 การทำสำเนาข้อมูล
    3.4 การสื่อสาร
วิธีการประมวลผลข้อมูล
  1. การประมวลผลแบบเชื่อมตรง เป็นการประมวลผลโดยทันทีทันใด
  2. การประมวณผลแบบกลุ่ม การประมวลผลแบบกลุ่มจึงกระทำในลักษณะเป็นครั้งๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ โดยจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน
การฝาก-ถอนเงินด้วยเครื่องเอทีเอ็ม
การประมวลผลแบบเชื่อมตรง

คำอธิบายภาพ

ระบบารสนเทศ

 ระบบสารสนเทศ หมายถึง ระบบที่ดำเนินการจัดการข้อมูลข่าวสารในองค์กรให้สามารถนำมาใช้ได้อยา่งเป็นระบบ
   ระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์

     1. ฮาร์ดแวร์ หมายถึงอุปกรณ์ทางกายภาพซึ่งก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์และหน่วยประมวณผลต่างๆที่ใช้ในการรวบรวม
     2. ซอฟต์แวร์ ประกอบด้วยกลุ่มของโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกับอาร์ดแวร์
     3.ข้อมูล หมายถึง ข้อมูลและสารสนเทศที่ถุกเก็บอยู่ในฐานข้อมูล
     4.บุคลากร หมาถึง  บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอรืทั้งหมด
     5. กระบวนงาน หมายถึง กลุ่มของคำสั่งหรือกฎที่แนะนำวิะีการปฏิบัติงานกับคอมพิวเตอร์
     6.การสื่อสารข้อมูล หมายถึง การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไว้ค้วยกัน เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้